เทคนิคออมเงินง่ายๆด้วยการรีไฟแนนซ์

พูดถึงเรื่องการออมเงิน หลายคนคงส่ายหัวไปมาบอกว่าทำยากทำเย็นซะเหลือเกิน เงินเดือนหมดไปกับภาระค่าใช้จ่าย ค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน ทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บ แถมติดลบอีกต่างหาก และวิธีการออมเงินที่เรารู้จักกันดี ก็คงหนีไม่พ้นการหยอดกระปุก การฝากธนาคาร การซื้อสลาก ซึ่งล้วนต้องอาศัยวินัยในการเก็บเงินทั้งสิ้น และจะทำได้ยากมากๆหากมีภาระหนักสำหรับคนมีบ้านครับ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไปครับ วันนี้ Refinn มีวิธีออมเงินดีๆ สำหรับคนมีบ้านที่กำลังผ่อนอยู่ มาฝากกันครับ ซึ่งหลายๆคนมักมองข้ามหรือไม่รู้มาก่อนว่าสามารถทำได้ ซึ่งจะเรียกวิธีนี้ว่าเป็นวิธีการบริหารหนี้ เพื่อเปลี่ยนหนี้ให้เป็นเงินออม(ก้อนโต)ก็ได้ครับ การบริหารหนี้ที่ว่านี้คือการรีไฟแนนซ์ หลักการของการรีไฟแนนซ์ก็คือการหาแหล่งเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าแหล่งเงินกู้ปัจจุบันที่เรากำลังจ่ายภาระหนี้สินอยู่ เช่นเราเป็นหนี้ธนาคารแห่งหนึ่งอยู่จากการกู้ซื้อบ้านด้วยดอกเบี้ย 8% ต่อปี การทำรีไฟแนนซ์เราก็ต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่ที่มีดอกเบี้ยน้อยกว่า 8% ต่อปี ทั้งนี้อาจจะเป็นแหล่งเงินกู้หรือธนาคารที่เดิมหรือที่ใหม่ก็ได้ หรืออาจจะเป็นแหล่งเงินกู้อื่นที่ไม่ใช่ธนาคารเช่น กู้พ่อแม่ หรือเพื่อนก็ได้ยิ่งได้ดอกเบี้ยถูกยิ่งดีครับ เมื่อเราหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำใหม่ได้ นั่นแสดงว่าเราจะมีภาระค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้น้อยลง เพราะดอกเบี้ยถูกลงใช่ไหมครับ เช่น ก่อนหน้านี้จ่ายค่าบ้านเดือนละ 10,000 บาท พอรีไฟแนนซ์เหลือที่ต้องจ่ายเพียง 7,000 บาท ซึ่งจะเหลือส่วนต่างจากเดิม 3,000 บาท เงินส่วนต่างนี่ล่ะครับ ที่เราจะเอาไปเป็นเงินออมถามว่าแล้วเราจะออมยังไงให้ได้เป็นเงินเก็บก้อนโต เพราะคาดว่าถ้าเหลือเงินจำนวนนี้อยู่ในบัญชี คงอดไม่ได้ที่จะเอาไปใช้กินใช้เที่ยว หรือช้อปแน่ๆ คำตอบ เรามีวิธีมาแนะนำครับ…

รีไฟแนนซ์ช่วยผ่อนบ้านหมดไวกว่าที่ใจคิด

ค่าผ่อนบ้านที่เราต้องจ่ายกันอยู่ทุกเดือน จะว่าไปแล้วก็เป็นภาระหนี้สินที่กินเวลานานทีเดียวกว่าจะหมด เพราะสำหรับบ้านบางหลัง บางคนต้องผ่อนถึง 20 ปีหรือมากกว่านั้น เรียกได้ว่ากว่าครึ่งชีวิตของการทำงานต้องหมดไปกับการแลกกับเงินเพื่อผ่อนค่าบ้าน ทำให้หลาย ๆ คนต้องติดอยู่กับการเป็นมนุษย์เงินเดือนจะขยับขยายไปทำสิ่งอื่นก็ไม่กล้า เพราะต้องการมีรายได้ที่มั่นคงเพื่อผ่อนจ่ายค่าบ้านนั่นเองครับ คนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีแผนไว้ในใจว่า อยากจะเป็นอิสระทางการเงินและได้ทำงานหรือใช้ชีวิตตามที่ใจต้องการ ได้นอนอยู่ในบ้านที่เป็นของเราแบบไม่ต้องจ่ายค่างวดอะไรอีก ยิ่งผ่อนค่าบ้านหมดไวเท่าไหร่ก็เป็นอิสระเร็วเท่านั้น เมื่อเทียบกับหนี้และภาระอื่น แล้ว ภาระการผ่อนบ้านดูจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงกันไม่ได้เลย เชื่อไหมครับหากผมจะบอกว่า การรีไฟแนนซ์เป็นวิธีลัดที่ทำให้ผ่อนบ้านหมดในระยะเวลาที่เร็วกว่าที่คิด เป็นคำพูดที่ดูเหมือนจะเป็นการขัดแย้งกันอยู่ใช่ไหมครับ ในเมื่อการรีไฟแนนซ์น่าจะเป็นการเพิ่มให้ระยะเวลาการผ่อนชำระถูกยืดออกไปอีก ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูข้อมูลนี้ด้วยกันครับ หลักการของการรีไฟแนนซ์ก็คือ เมื่อเรามีภาระหนี้สินที่จ่ายกับสถาบันการเงินหนึ่งอยู่ในอัตราดอกเบี้ยหนึ่ง แต่ได้พบกับสถาบันการเงินอื่น ซึ่งมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ก็จะมีการเสนอให้มาเป็นลูกค้าสินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งนั้น ซึ่งเราก็จะได้ประโยชน์คือลดภาระก้อนหนี้ลงจากดอกเบี้ยที่ลดลงครับ เหตุผลประการแรกที่ทำให้เรารีไฟแนนซ์แล้วผ่อนบ้านหมดไวก็คือ เมื่อเรารีไฟแนนซ์โดยการย้ายสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินเดิมเงื่อนไขเดิม ไปยังการรีไฟแนนซ์เงื่อนไขดอกเบี้ยถูก การชำระเงินต่องวดก็น้อยลงด้วย ดังนั้นจากเดิมที่เราอาจจะเคยเตรียมเงินไว้สำหรับผ่อนชำระในวงเงิน 10,000 บาท ก็ลดลงเหลือพียง 5,000 บาท แต่หากเรายังคงผ่อนที่ 10,000 บาทเช่นเดิม เราก็จะผ่อนหมดได้ไวขึ้นถึงเท่าตัวทีเดียว เหตุผลอีกประการก็คือ การเลือกอำนาจในการตัดสินใจเลือกระยะเวลาผ่อนชำระเป็นของเรา ในเมื่อบ้านของเราได้มีการผ่อนชำระค่างวดมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว เหลือหนี้น้อยลง และอัตราดอกเบี้ยก็ถูกลงด้วย จากสินเชื่อเดิมที่อาจจะมีสัญญาการผ่อนชำระอยู่ที่ 20 ปี เราสามารถร่นระยะเวลาในการรีไฟแนนซ์ใหม่มาเป็น 10 หรือ 15…

บริหารหนี้สินอย่างไรให้อยู่หมัด

การมีหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระทุก ๆ งวด เป็นเสมือนบ่วงที่พันธนาการชีวิตการเงิน ให้ไม่มีอิสระทางการเงิน  แต่การเป็นหนี้ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมากในชีวิตทุกวันนี้ เพราะสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันล้วนแต่มีมูลค่าสูง  แต่ก็คงไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้ไปนาน ๆ จริงไหมครับ การหลุดพ้นจากการเป็นหนี้หรือปลอดภาระหนี้สิน ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ทว่าการจะปลอดหนี้ได้นั้น ต้องมีวิธีในการบริหารหนี้สินให้อยู่หมัด   วันนี้ Refinn จึงมีเคล็ดลับในการบริหารหนี้สิน เพื่อให้คุณสามารถปลดหนี้และเป็นอิสระทางการเงินได้ในเร็ววันมาฝากกันครับ 1. ลดรายจ่าย วิธีการลดรายจ่ายที่ดีก็คือ ลดหนี้ที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซ้อน ซึ่งจะดูดเงินในกระเป๋าของเราไปได้อย่างง่ายดายทีเดียว แน่นอนว่าเมื่อรายจ่ายมีมากซ้ำซ้อน กำลังในการชำระหนี้ก็ย่อมจะลดลง แถมเป็นไปได้ที่จะเพิ่มหนี้สินมากขึ้นเนื่องจากการหมุนเงินไม่ทัน ทำให้รายรับมีไม่เพียงพอต่อรายจ่ายจึงก่อหนี้เพิ่มขึ้นอีก กลายเป็นวงจรไม่รู้จบ   รายจ่ายดังกล่าวที่เราสามารถเห็นได้ชัดเจนก็เช่น หนี้จากโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เนต   รายจ่ายเหล่านี้หากบริหารให้ดีก็สามารถลดทอนลงได้ เช่น การเลือกโปรโมชั่นอย่างคุ้มค่าที่สุด เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของเราเอง ตัดการใช้จ่ายซ้ำซ้อนแบบไม่จำเป็น เช่นการจ่ายรายเดือนของค่าอินเตอร์เนตมือถือ กรณีที่บ้านก็และที่ทำงานก็มีไวไฟใช้อยู่แล้ว เป็นต้น  อาจจะเลือกโปรโมชั่นหรือแพคเกจที่มีบริการควบหลายๆอย่างทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงก็ได้ ลองสำรวจดูครับว่ารอบๆตัวเรามีรายจ่ายใดที่ซ้ำซ้อนอีกบ้างและบริหารให้ลงตัว   2. ลดหนี้ระยะยาว หนี้ระยะยาวที่กล่าวถึงก็คือ หนี้การผ่อน สิ่งของหรือทรัพย์สินชิ้นใหญ่ ๆ ครับ  เช่นรถยนต์หรือบ้านเป็นต้น  การลดหนี้ระยะยาวลงทำได้ไม่ยากเลย อาจจะเป็นการนำบ้านไปรีไฟแนนซ์นั่นเอง   การรีไฟแนนซ์นั้นหากศึกษาในรายละเอียดแล้ว เป็นเครื่องมือช่วยลดภาระและย่นเวลาของหนี้ได้มากทีเดียว …

วางแผนเกษียณด้วยการรีไฟแนนซ์

เมื่อกล่าวถึงการวางแผนเกษียณ โดยเฉพาะการวางแผนในการบริหารการเงินเมื่อเกษียณ หลายคนอาจจะฟังดูแล้วเป็นเรื่องไกลตัว  หากคิดให้ดี การวางแผนเกษียณนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำแต่เนิ่น ๆ ครับ โดยเฉพาะในรื่องการบริหารจัดการการเงินสำหรับรองรับการเกษียณ  เพราะการเกษียณก็คือการหยุดทำงาน หรือเลิกทำงาน นั่นหมายถึงการหยุดโอกาสที่จะทำงานเพื่อหารายได้นั่นเอง แต่ทราบไหมครับว่าเมื่อเกษียณแล้ว คนเรายังคงต้องใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่ได้ทำงาน อยู่ในวัยสูงอายุที่อาจจะไม่มีเรี่ยวแรงในการทำงานเหมือนเมื่อครั้งหนุ่มสาวอีกนานทีเดียว อาจจะมากกว่า 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปีหลังจากนั้น   หากมีลูกหลานคอยเลี้ยงดูก็ถือว่าดี แต่ค่าใช้จ่ายสำหรับชีวิตหลังเกษียณก็มีไม่น้อยเลย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ไปกับการดูแลและรักษาสุขภาพ ดังนั้นยิ่งมีการวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณเร็ว และรัดกุมเท่าไหร่ ชีวิตในวัยเกษียณของเราก็จะมีความสุขและมีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น หนึ่งในวิธีการที่ขอแนะนำในการวางแผนและจัดการการเงินยามเกษียณก็คือการรีไฟแนนซ์ครับ  เหตุผลเพราะว่า การรีไฟแนนซ์ทำให้เรามีเงินออมมากยิ่งขึ้นและหมดภาระหนี้สินไวขึ้นนั่นเอง ก่อนอื่นเรามารู้จักและเข้าใจถึงการรีไฟแนนซ์กันก่อน การรีไฟแนนซ์คืออะไร การรีไฟแนนซ์นั้นอธิบายง่าย ๆ ก็คือ  การยื่นกู้จากสถาบันการเงินหรือธนาคารเจ้าใหม่ เพื่อนำไปชำระหนี้ที่เรามีให้กับสถาบันการเงินที่เราเป็นหนี้อยู่  โดยเงื่อนไขที่ต้องได้รับประโยชน์ก็คือดอกเบี้ยสินเชื่อในสถาบันการเงินหรือธนาคารแห่งใหม่นั้นมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า สถาบันการเงินหรือธนาคารเดิม เมื่อเราทำการรีไฟแนนซ์แล้ว อัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ใหม่ก็ต่ำลงและการผ่อนชำระค่างวดก็ลดลงด้วย คำถามคือสิ่งนี้มีผลต่อการวางแผนเกษียณอายุก็ตรงที่ เมื่อเราได้รับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินกู้ที่ต่ำลงจากการรีไฟแนนซ์แล้ว หากเราผ่อนชำระในแต่ละงวด ด้วยเงินเท่าเดิม หรือมากกว่าอัตราที่ต้องจ่าย ก็จะช่วยย่นระยะเวลาการผิอนชำระหนี้ให้ลดลง เช่น เดิมทีเราเคยผ่อนชำระสินเชื่อเงินกู้ ไม่ว่าจะกู้เพื่อใช้ในกรณีใดก็ตาม อยู่ที่ 10000 บาทต่อเดือน  เมื่อมีการรีไฟแนนซ์แล้ว…

รีไฟแนนซ์บ้านแล้วคุณจะได้ประโยชน์อะไร?

สำหรับการซื้อบ้านโดยทั่วไปของคนไทยเรา ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะนิยมซื้อเป็นแบบดาวน์แล้วผ่อนต่อ โดยกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระยาว ไม่ค่อยมีคนนิยมซื้อบ้านเป็นเงินสด ทั้งเหตุผลที่บ้านมีราคาแพงและไม่สามารถหาเงินสดมาซื้อในคราวเดียวได้ หรือบางคนที่มีฐานะระดับเศรษฐีแต่ก็ยังไม่นิยมที่จะซื้อบ้านเป็นเงินสดเช่นกัน เพราะไม่อยากจ่ายเงินก้อนไปในคราวเดียวนั่นเองครับ การผ่อนชำระค่าบ้านเป็นงวด ๆ โดยที่มีระยะเวลาการผ่อนระยะยาว เมื่อนำมาคำนวนดอกเบี้ยดูแล้ว รวมดอกเบี้ยและเงินต้นเบ็ดเสร็จอาจจะมีมูลค่าสูงกว่าค่าบ้านจริงถึงเท่าตัวก็เป็นได้ การบริหารเงินโดยหาวิธีลดดอกเบี้ยค่าบ้านจึงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่พยายามหาทางออกให้กับตัวเองในการบริหารจัดการหนี้ครับ วิธีการรีไฟแนนซ์บ้านนับเป็นคำตอบที่ดีในกรณีนี้ และมีคนมากมายที่หันมาเลือกวิธีการรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะประเด็นหลักก็คือได้ดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกกว่าเดิม หลาย ๆคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับวิธีการรีไฟแนนซ์ แต่ก็อาจจะยังลังเลอยู่ว่า การนำบ้านไปรีไฟแนนซ์แล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่ารีไฟแนนซ์คืออะไรครับ การรีไฟแนนซ์ก็คือ การที่เรามีหนี้จากสินเชื่อเป็นจำนวนหนึ่งที่จะต้องผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ยกับธนาคารหรือสถาบันการเงินหนึ่ง แล้วต้องการที่จะย้ายสินเชื่อก้อนนี้ไปยังสถาบันการเงินหรือธนาคารอีกแห่งหนึ่ง ด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่า โดยเฉพาะได้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนั่นเอง ประโยชน์ที่เราจะได้จากการนำบ้านไปรีไฟแนนซ์ก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการซื้อบ้านลงได้ สถาบันการเงินรวมถึงธนาคารส่วนใหญ่ที่มีโปรแกรมรีไฟแนนซ์นั้น ก็มักจะมีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อคำนวนดูค่าจดจำนองรวมถึงอากรแล้ว ก็ยังคุ้มค่าที่จะรีไฟแนนซ์ ทำให้ผ่อนภาระหนี้สินให้ลดลง เบาตัวลงและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับเจ้าของบ้านอีกด้วยครับ ระยะเวลาการผ่อนชำระที่สั้นลง ส่วนใหญ่แล้วการรีไฟแนนซ์ของสถาบันการเงินและธนาคารต่าง ๆ มักจะอนุญาตเมื่อมีการผ่อนชำระค่าบ้านจากแหล่งการเงินผู้ให้สินเชื่อเดิมมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งถือได้ว่าเราได้ผ่อนชำระไปแล้วเป็นเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อรีไฟแนนซ์ไปยังสถาบันการเงินหรือธนาคารแห่งใหม่ จึงมีมูลค่าของหนี้ที่ลดลง ประกอบกับดอกเบี้ยที่ลดลงก็จะทำให้ระยะเวลาในการผ่อนน้อยลงอีกด้วย ซึ่งนั่นก็หมายถึงการได้มีอิสระทางการเงินมากขึ้นและปลดภาระหนี้ได้ไวขึ้นทำให้เราสามารถที่จะวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณก่อนเวลา การเปลี่ยนงานหรือทางเลือกใหม่ ๆ อื่น ๆ ให้กับชีวิต โดยไม่ต้องยึดติดอยู่กับการทำงานที่ต้องมีรายได้ประจำเพื่อผ่อนค่าบ้านนั่นเองครับ เมื่อทราบดังนี้แล้ว…

รีไฟแนนซ์ ช่วยให้บ้านเป็นของคุณเร็วขึ้นได้อย่างไร?

เอ๊ะ! ถ้ารีไฟแนนซ์ก็ต้องผ่อนนานขึ้นไม่ใช่เหรอ แล้วบ้านจะเป็นของเราเร็วขึ้นได้ยังไงล่ะ? เชื่อไหมครับว่านี่เป็นคำถามยอดนิยมที่เราเจอมาบ่อยๆเชียวล่ะครับ จริงอยู่ว่าประโยชน์ข้อหนึ่งในการรีไฟแนนซ์ก็คือ คุณสามารถยืดระยะเวลาการกู้ออกไป เพื่อให้ผ่อนต่อเดือนสบายขึ้น เช่น ผ่อนกับที่เก่า 15 ปี จ่ายเดือนละ 20,000 บาท เมื่อรีไฟแนนซ์มาที่ใหม่ คุณอาจขอผ่อน 20 ปี เหลือเดือนละ 15,000 บาท ก็เป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมนะครับว่าคุณได้จ่ายชำระค่างวดมาแล้วระยะหนึ่ง (ส่วนใหญ่ 3 ปี) นั่นทำให้เงินต้นลดลงไปด้วย และตัวคุณเองก็เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะขยายเวลาในการผ่อนหรือไม่ หากคุณผ่อนต่อในจำนวนเงินเท่าเดิม จาก 15 ปีอาจลดลงมาเหลือแค่ 10 ปีเพราะได้อัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินใหม่ที่ถูกลง ลองมาดูตัวอย่างประกอบให้เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ นางสาวฉลาดออม มีอาชีพธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 200,000 บาท มีหนี้บ้านคงเหลือ(เดิม)อยู่ 10,00,000 บาท ยอดผ่อนชำระต่อเดือน 73,092 บาท ผ่อนบ้านมา 3 ปีแล้ว เหลือเวลาอีก 23 ปี ตั้งใจจะเข้ามาหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน มีความต้องการที่จะผ่อนต่อเดือนถูกลง แต่จำนวนปีเท่าเดิม…

ติดหนี้ต้องทำอย่างไรดี?

“การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ใครๆก็คงเห็นด้วยกับประโยคนี้ใช่ไหมครับ แต่อย่างที่ Refinn ได้เคยพูดไว้บ่อยๆว่า “หนี้” นั้นไม่ได้มีแค่ด้านร้ายเสมอไป เพราะหนี้ดีที่ก่อให้เกิดรายได้ก็มี ดังนั้น หนี้จึงไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป แต่สิ่งที่ทำให้มันทวีความน่ากลัวก็คือ “อาการติดหนี้” ของเราเองต่างหาก แล้วอาการอย่างไรจึงเรียกว่าติดหนี้ล่ะ? Refinn อยากให้ทุกท่านลองสำรวจดูครับว่า คุณมีความคิดหรือพฤติกรรมเหล่านี้บ้างหรือไม่ 1. มีความรู้สึกดีเป็นพิเศษเมื่อซื้อของด้วยบัตรเครดิตมากกว่าการซื้อของด้วยเงินสด 2. มีพฤติกรรมการใช้เงินเดือนชนเดือน และมักจะพบปัญหาเมื่อมีรายจ่ายพิเศษเข้ามา เช่นค่าซ่อมบำรุงรถ ค่ารักษาพยาบาล 3. ไม่มีการวางแผนถึงเรื่องการออมเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน หรือคิดบ้างแต่ไม่ลงมือทำสักที เพราะใช้เงินเดือนชนเดือน ไม่มีเหลือเก็บ หรือพอมีเงินเหลือเก็บก็เอาไปซื้อของอื่นๆที่อยากได้เสียก่อน 4. ชอบซื้อของที่มีโปรโมชั่นล่อใจ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือลด 50% โดยไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำไม สุดท้ายก็กองๆรวมกันไว้ ไม่ได้ใช้ 5. มักจะยืมเงินคนรอบข้างบ่อยๆ เมื่อมีรายจ่ายไม่คาดฝัน และไม่สามารถนำมาคืนได้ทันตามที่รับปากไว้ 6. จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำเสมอ ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้เมื่อถึงกำหนด หรือ ยอดหนี้ทั้งหมดเกิน 70% ของรายได้ที่คุณมีไปแล้ว 7. คิดว่าหากเกิดวิกฤติทางการเงินขึ้นมาจริงๆ…

ใครบ้างที่รีไฟแนนซ์ได้?

จริงๆแล้ว รีไฟแนนซ์เป็นหนึ่งในวิธีการบริหารจัดการหนี้ที่สามารถทำได้ทุกคน ทุกเวลา คุณสามารถเลือกรีไฟแนนซ์ไปที่ไหนก็ได้โดยเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม มีบางปัจจัยที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะใช้ประกอบการพิจารณาในการขอยื่นรีไฟแนนซ์ของคุณด้วยครับ ประวัติการชำระเงิน เป็นสิ่งแรกๆ ที่ธนาคารจะนำมาใช้ในการพิจารณา หากที่ผ่านมาคุณผ่อนชำระไม่ตรงกับระยะเวลาที่กำหนดไว้ (เป็นต้นว่า “ลืม” จ่ายตรงบ้างไม่ตรงบ้าง) หรือค้างชำระค่างวดติดต่อกัน 2 งวด ก็อาจจะทำให้การขอรีไฟแนนซ์ยากขึ้น เพราะสถาบันการเงินบางแห่งจะกำหนดไว้เลยว่า ผู้ที่จะเปลี่ยนมารีไฟแนนซ์กับเขานั้นต้องมีประวัติการผ่อนชำระที่ดีติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือนครับ ดังนั้น “วินัยทางการเงิน” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาดนะครับ ระยะเวลาที่คุณจ่ายชำระเงินกับที่เดิม อย่างที่บอกไปแล้วว่าสถาบันการเงินบางแห่งจะพิจารณาเมื่อคุณผ่อนชำระมาแล้ว  6-12 เดือน เป็นอย่างต่ำ แต่ตามปกติแล้วหากเป็นสินเชื่อบ้าน ธนาคารเดิมที่คุณทำเรื่องขอสินเชื่อในครั้งแรกมักมีข้อกำหนดว่าผู้กู้จะต้องผ่อนชำระเงินงวดครบ 36 งวด (3 ปี) ก่อนจึงจะรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่มีค่าปรับ ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะคิดค่าปรับแตกต่างกันไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ส่วนใหญ่จะคิดที่ 3% ของเงินต้นที่ทำสัญญาครับ  แต่หากเป็นการ      รีไฟแนนซ์รถยนต์ จะต้องคำนึงถึงอายุของรถยนต์ด้วย เพราะลีสซิ่งจะไม่รับรถยนต์ที่อายุเกิน 16 ปี  หรือรถที่ผ่านการเปลี่ยนเครื่องยนต์มาคนละรุ่นหรือคนละตระกูลกัน เช่น รถฮอนด้า ใส่เครื่องโตโยต้า เป็นต้นครับ กรณีที่เปลี่ยนอาชีพจากตอนที่ขอสินเชื่อครั้งแรกไปยังสามารถรีไฟแนนซ์ได้ไหม นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆท่านสงสัยกันไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลาออกจากพนักงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว หรือประกอบอาชีพอิสระ(ฟรีแลนซ์) ซึ่งหากคุณยังมีความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ที่ดีอยู่…

วิธีบริหารหนี้สิน ต้องทำอย่างไร

ขึ้นชื่อว่า หนี้ ใครๆก็ไม่อยากมี (ถ้าหากไม่จำเป็น) ใช่ไหมครับ แต่การเป็นหนี้นั้นก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียเสมอไป เพราะถ้าหากว่าหนี้ที่คุณก่อคือหนี้ดี สามารถนำมาลงทุนหรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เช่น ซื้อรถเอาไว้รับจ้างขนของ หรือซื้อตึกแถวเพื่อปล่อยเช่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีการบริการจัดการที่ดี มีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น แล้วล่ะก็ การเป็นหนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ ดังนั้น เรามาวางแผนบริหารหนี้สินกันเถอะ ขั้นที่ 1 คิดให้ดีก่อนมีหนี้ พิจารณาก่อนว่า หนี้ที่คุณมีอยู่นั้นเป็นหนี้ดีหรือหนี้เสีย ถ้าหากเไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคุณในระยะยาวได้มากกว่าอัตราดอกเบี้นที่คุณจะต้องจ่ายก็ถือว่าเป็นหนี้ดี แต่ถ้าหากเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่ม เกิดขึ้นเพราะแค่ตอบสนองความต้องการของคุณ เช่น ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ หรือรถยนต์คันใหม่ ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นและของเก่ายังใช้ได้อยู่ ก็ถือว่าเป็นหนี้เสีย ควรหยุดก่อหนี้เพิ่มครับ ขั้นที่ 2 สำรวจภาระหนี้สินที่มีและจัดการแยกประเภทหนี้ออกมา คุณจะเห็นภาพรวมว่าตอนนี้มีหนี้อยู่เท่าไหร่ ใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ซึ่งหากจะให้ปลอดภัยยอดหนี้ทั้งหมดที่คุณมีนั้นไม่ควรเกิน 36% ของรายได้ทั้งหมด ควรพยายามลดในส่วนของหนี้เสียลง เช่นหนี้จากการซื้อของด้วยบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด โดยการพยายามจ่ายหนี้ส่วนนี้เป็นลำดับแรก เพราะเป็นหนี้ระยะสั้น ดอกเบี้ยสูง และไม่ควรจ่ายชำระเพียงแค่ขั้นต่ำ เพราะเท่ากับว่าเงินที่คุณจ่ายไปทั้งหมดนั้นเป็นการจ่ายดอกเบี้ย เงินต้นแทบไม่ลดลงเลย หากเป็นไปได้ควรปิดหนี้จำนวนน้อยที่สุดที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อนให้หมดไปเลย หรือจ่ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะไม่รบกวนสภาพคล่องทางการเงินของคุณครับ ขั้นที่ 3 เจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้หรือรีไฟแนนซ์ หากหนี้ที่มีอยู่มีจำนวนมากจากหลากหลายแห่ง และเป็นหนี้ที่มีภาระผูกพันนาน…

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการรีไฟแนนซ์ทั่วไป จากทุกธนาคาร

รีไฟแนนซ์มีประโยชน์อย่างไร ทำไมมีแต่คนพูดถึงกันนะ? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีหนี้เงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้บ้าน รถยนต์ แม้กระทั่งบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลต่างๆ รีไฟแนนซ์เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียวครับ เพราะธนาคารมักให้สิทธิประโยชน์สำหรับการรีไฟแนนซ์ดังต่อไปนี้ 1. คุณสามารถปิดยอดหนี้คงเหลือจากสถาบันการเงินเดิมด้วยเงินกู้จากสถาบันการเงินใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงกว่าเดิม 2. ได้ระยะเวลาการกู้ที่ยาวนานขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ตัวคุณเองนะครับว่าต้องการขยายระยะเวลาออกไปหรือไม่ 3. สถาบันการเงินบางแห่งการให้กู้เพิ่มจากยอดหนี้ที่คงเหลือเดิมได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้มีข้อดีกับเราอย่างไร? การที่อัตราดอกเบี้ยลดลง จะทำให้จำนวนเงินที่เราต้องผ่อนต่อเดือนกับธนาคารน้อยลง หรือก็คือผ่อนสบายขึ้น ปลดหนี้ได้เร็วขึ้น เครียดน้อยลง สามารถนำเงินส่วนต่างนี้ไปใช้จ่ายตามต้องการเป็นเงินลงทุนต่อยอดหรือหมุนเวียนในธุรกิจได้ สำหรับท่านที่ได้วงเงินกู้มากขึ้นสามารถนำเงินตรงนี้มาต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านได้ด้วยนะครับ ฟังดูดี๊ดีใช่ไหมล่ะครับ แต่..ช้าก่อน เนื่องจากธนาคารแต่ละแห่งนั้นมีอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสำหรับการรีไฟแนนซ์ที่ต่างกัน ตามปกติแล้วผู้กู้จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยเพื่อหาเงื่อนไขที่ดีที่สุดจากแต่ละธนาคาร และควรยื่นเอกสารกับธนาคารเป้าหมายอย่างน้อย 3 แห่งขึ้นไป ทั้งนี้ก็เพราะแต่ละธนาคารมีการประเมินและให้ราคาหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน ซึ่งราคาประเมินนี้แหละจะมีผลโดยตรงกับวงเงินที่คุณจะได้รับจากการยื่นขอรีไฟแนนซ์ครับ หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเลือกธนาคารที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด เช่น ให้วงเงินสูงสุด หรือดอกเบี้ยต่ำสุด เพื่อให้การยื่นรีไฟแนนซ์ของคุณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามต้องการนั่นเองครับ ดังนั้นเพื่อลดขั้นตอนยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในการเปรียบเทียบข้อเสนอและยื่นเอกสารกับหลายๆแห่ง คุณสามารถเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่จะได้รับจากธนาคารต่างๆด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปในการช่วยคำนวณหาทางเลือกที่ดีที่สุดของ Refinn เพียงคลิก www.refinn.com และสำหรับท่านที่ต้องการขอรับคำปรึกษาเรื่องของการรีไฟแนนซ์สามารถแสดงความคิดเห็นหรือสอบถามได้ที่เบอร์ 02-736-9645 ครับ