Press "Enter" to skip to content

ค่าใช้จ่ายอะไร ที่ต้องใช้ตอนกู้ซื้อบ้าน

เพราะหลายคนคิดว่า กู้ซื้อบ้านแค่มีเงินผ่อนบ้านก็พอ

เลยไม่คิดจะเตรียมเงินก้อนไว้ล่วงหน้า พอถึงเวลาธนาคารอนุมัติสินเชื่อผ่าน ก็ต้องวิ่งหาเงินเพื่อเตรียมเป็นค่าใช้จ่ายบานตะไทเลยครับ แบบว่าปวดหัวกันตั้งแต่ยกแรกส่งผลให้แพ้น็อคในยกถัดไป คือไม่มีเงินผ่อนบ้านในงวดแรก หรือไม่ทำให้เงินช็อตจนอดสนุกข้ามปีกันเลยทีเดียวครับ พูดให้เสียวสันหลัง เพื่อจะได้ระวังและเตรียมตัวไว้ครับ แล้วตอนกู้บ้านใหม่หรือตอนรีไฟแนนซ์ นอกจากเงินดาวน์ บ้านแล้ว ต้องเตรียมค่าอะไรอีกบ้าง ไปดูกันครับ

  1. เงินจองบ้าน คือเงินที่เราวางจองบ้านหรือคอนโด หลังหรือห้องที่เราถูกใจไว้ เพื่อไม่ให้คนอื่นมาเอาครับ เงินส่วนนี้โครงการอาจจะคืนหรือริบไปเลยก็ได้ หากเราเปลี่ยนใจไม่มาทำสัญญาซื้อขาย
  2. เงินดาวน์บ้าน หลังจากจองบ้านหรือคอนโดไว้แล้ว ในกรณีที่บ้านหรือคอนโดอยู่ระหว่างก่อสร้าง ช่วงนี้จะโครงการจะให้เรามาทำสัญญาจะซื้อจะขายเพื่อที่จะเราเริ่มผ่อนงวดดาวน์ จำนวนงวดและเงินผ่อนดาวน์ขึ้นกับโครงการครับ แต่ถ้าเราผ่อนดาวน์เยอะก็ย่อมหมายถึงยอดกู้จะต่ำลงด้วย
  3. ค่าประเมินราคา หลังจากผ่อนดาวน์แล้ว เข้าสู่กระบวนการขอกู้ เมื่อเรื่องถึงธนาคาร ธนาคารจะเข้ามาประเมินมูลค่าของบ้านหรือคอนโด ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาเกิดขึ้นทุกครั้งที่เข้ามาประเมิน คือหากเรายื่นกู้หลายธนาคาร เราก็ต้องจ่ายให้กับการประเมินของทุกธนาคารครับ
  4. ค่าทำนิติกรรมสัญญา เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับธนาคาร แต่บางธนาคารจะงดเว้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อทำรีไฟแนนซ์ครับ
  5. ค่าจดจำนอง ค่าใช้จ่ายข้อนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผ่านอนุมัติเงินกู้แล้ว และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อทำรีไฟแนนซ์ เมื่อถึงวันที่ต้องจำนองบ้านกับธนาคาร ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมให้กรมที่ดินได้แก่
    • ค่าจดจำนอง จำนวน 1% ของยอดเงินกู้
    • ค่าอากร 0.5% ของราคาประเมินของกรมที่ดิน
    • ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมินของกรมที่ดิน
  6. ค่าประกันอัคคีภัย จะเป็นกรมธรรม์ที่ธนาคารบังคับให้ผู้ขอกู้ซื้อบ้านต้องทำ ทั้งนี้ธนาคารจะสอบถามระยะเวลาการทำประกันภัยที่ผู้ขอกู้ต้องการทำ ตั้งแต่ 1 – 5 ปี โดยมีบริษัทประกันภัยมาให้เลือก เมื่อเลือกระยะเวลาแล้วจะแจ้งยอดที่ต้องชำระให้กับผู้กู้ ซึ่งบางธนาคารจะรวมมาในวงเงินกู้ หรือบางธนาคารจะขอหักเงินส่วนนี้จากบัญชีที่ระบุระหว่างการผ่อนชำระงวดแรก
  7. เงินส่วนกลาง คือเงินส่วนที่ต้องจ่ายให้นิติของคอนโดหรือหมู่บ้าน อาจจะจ่ายเงินก้อนล่วงหน้าเป็นปี หรือจ่ายทุกเดือน ขึ้นกับโครงการครับ
  8. ค่าประกันมิเตอร์ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับติดตั้งมิเตอร์น้ำและไฟ ทางโครงการจะจ่ายล่วงหน้าแล้วเรียกเก็บตามหลังในบิลค่าน้ำค่าไฟตามหลัง
  9. ค่าประกันภัยอาคาร กรณีซื้อคอนโด จะมีค่าประกันภัยอาคารซึ่งมักจะเรียกเก็บปีละครั้ง คำนวณจากสัดส่วนพื้นที่ห้อง

เห็นไหมครับ ก่อนคิดจะซื้อบ้านต้องคิดให้รอบคอบ และต้องเก็บเงินก้อนส่วนนี้ไว้ก่อน

ซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นปี แต่ที่แน่ๆถ้าเรากันเงินส่วนนี้ไว้ ต่อไปเราก็จะเหลือภาระแค่ค่างวดต่อเดือนอย่างเดียว แต่ถ้าเราไม่ได้เตรียมเงินส่วนนี้ไว้ งานเข้าเราแน่ๆ หากไปทำการหยิบยืมเงินนอกระบบ แปลว่าเราต้องผ่อนทั้งงวดบ้าน และผ่อนหนี้นอกระบบไปด้วย ไม่สนุกเลยนะครับ

แชร์บทความดีๆ ให้เพื่อนคุณ..

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *