Press "Enter" to skip to content

รีไฟแนนซ์อย่างไร ให้คุ้มสุดๆ

ด้วยการซื้อบ้านในปัจจุบันนี้ มักใช้วิธีการขอกู้สินเชื่อจากธนาคาร มากกว่าซื้อด้วยเงินสด และเมื่อผ่อนงวดครบ 3 ปี ก็จะนิยมทำการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระการจ่ายหนี้ลง โดยมองเพียงการให้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่รู้มั๊ยครับ ในการทำรีไฟแนนซ์จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆแฝงอยู่มากมายครับ ดังนั้น การจะพิจารณาดูความคุ้มค่า ต้องดูค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ด้วยครับ

ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยมักจะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ขอรีไฟแนนซ์จะนำมาพิจารณา

โดยนำเอาอัตราดอกเบี้ยแต่ละธนาคารมาเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเดิม ยิ่งมีส่วนต่างเยอะยิ่งดี

  1. ค่าธรรมเนียมของธนาคาร ได้แก่ ค่าทำนิติกรรมสัญญา ค่าประเมินราคา ยิ่งขอรีไฟแนนซ์ไปหลายธนาคารค่าประเมินรวมยิ่งมากตาม และเบี้ยปรับที่เกิดจากการปิดยอดก่อนกำหนด ข้อนี้ในสัญญากู้จะระบุไว้ว่าถ้าปิดยอดก่อนกี่ปี จะมีเบี้ยปรับกี่เปอร์เซนต์ของยอดเงินกู้ ค่าอะไรบ้างที่ธนาคารมีส่วนลด หรือมีข้อยกเว้น ต้องสอบถามอย่างละเอียดครับ
  2. ค่าธรรมเนียมของกรมที่ดิน ได้แก่ ค่าจดจำนอง จำนวน 1% ของยอดเงินกู้ ค่าอากรคิด 5% ของราคาประเมินของกรมที่ดิน และค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมินของกรมที่ดิน
  3. ค่าเบี้ยประกัน ได้แก่ค่าเบี้ยประกันชีวิต MRTA ทั้งนี้หากประกันชีวิตเดิมยังคุ้มครองก็จะลดภาระส่วนนี้ไป ทั้งนี้ต้องสอบถามรายละเอียดจากธนาคารและบริษัทประกัน ค่าประกันอัคคีภัยหากหมดอายุก็ต้องทำประกันเพิ่มครับ
  4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าประสานงาน ค่าเดินทาง กรณีที่บ้านที่ทำรีไฟแนนซ์อยู่คนละจังหวัด นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายเยอะเหมือนกัน เป็นต้น

 

การคำนวณความคุ้มค่า

คำนวณดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นด้วยอัตราดอกเบี้ยของธนาคารที่ของกู้ปัจจุบัน ลบด้วย

คำนวณดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นด้วยอัตราดอกเบี้ยของธนาคารที่ต้องการรีไฟแนนซ์ + ค่าธรรมเนียมธนาคาร (ข้อ1)+ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน (ข้อ2) +ค่าเบี้ยประกัน (ข้อ3)+ค่าใช้จ่ายอื่นๆ(ข้อ 4)

ส่วนใหญ่ผลของตัวเลขออกมาจะให้ค่าเป็นบวก นั่นแสดงว่ามีความคุ้มค่าที่จะทำรีไฟแนนซ์  ส่วนตัวเลขแค่ไหนที่เรารับได้นั้นอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่หากได้ตัวเลขติดลบ แสดงว่า ไม่มีคุ้มค่าอะไรเลยที่เราจะไปทำรีไฟแนนซ์ อาจจะเปลี่ยนเป็นไปเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารเดิม ซึ่งมีข้อดีคือมีค่าใช้จ่ายแฝงน้อยครับ

การคำนวณความคุ้มค่า นอกจากเราจะใช้พิจารณาว่าจะทำรีไฟแนนซ์หรือไม่ ยังช่วยเราหาธนาคารที่ดีที่สุดในการขอทำรีไฟแนนซ์ด้วยครับ โดยพิจารณาจากตัวเลขที่มากที่สุดครับ ไม่นับรวมค่าพึงพอใจในการบริการของธนาคารนะครับ อันนี้แล้วแต่ความสัมพันธ์ที่ดีของลูกค้ากับธนาคารเลยครับ ถือว่าเป็นข้อยกเว้น

การทำธุรกรรมทางการเงินใดๆก็แล้วแต่ สำคัญที่สุด คือการวางแผน ความรอบคอบ คิดพิจารณาทุกด้านด้วยตัวเอง จะดีที่สุดครับ

แชร์บทความดีๆ ให้เพื่อนคุณ..

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *